โบราณสถานพงตึก รูปภาพ สถานที่ :อ.ท่ามะกา รายละเอียด :โบราณ สถานพงตึก สันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณสมัยทวารวดี และได้รับอิทธิพล จากศิลปะอินเดียแบบคุปตะ ชาวเมืองนับถือศาสนาพุทธและพราหมณ์ มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑–๑๒ ทั้งนี้เนื่องจากกรมศิลปากรได้ขุดพบโบราณวัตถุสมัยทวารวดีเป็นจำนวนมากที่พง ตึกเมื่อปีพ.ศ. ๒๔๗๐ เช่น ตะเกียงทองสำริดโรมัน พระพิมพ์ดินเผา พระนารายณ์สลักจากศิลา พระพุทธรูป ฯลฯ และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๗ ดร.เวลส์ ผู้แทนสมาคมค้นคว้าวัตถุโบราณจากประเทศอินเดีย ได้เดินทางมาสำรวจและขุดค้นโบราณวัตถุเพิ่มเติมที่พงตึกและยืนยันว่าสถานที่ แห่งนี้เคยเป็นเมืองโบราณ ที่เจริญรุ่งเรืองมากเมื่อสมัยพันปีมาแล้ว ปัจจุบันโบราณวัตถุบางส่วนที่ขุดค้นนำไปเก็บไว้ที่วัดดงสัก บางส่วน อยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ที่กรุงเทพฯ การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปทางใต้ประมาณ ๓๗ กิโลเมตร หากมาจากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ กิโลเมตรที่ ๙๒–๙๓ จะมีป้ายบอกทางเข้า ซ้ายมือไปโบราณสถานพงตึก เมื่อข้ามสะพานจันทรุเบกษา จะผ่านวัดดงสักซึ่งอยู่ด้านซ้ายมือ จากนั้นให้ตรงไป จนผ่านป้อมตำรวจพงตึกซึ่งอยู่ด้านขวา โบราณสถานพงตึกจะอยู่ถัดป้อมตำรวจพงตึกไปไม่ไกลนัก
โบราณสถานบ้านดอนเจดีย์ รูปภาพ สถานที่ :บ้าน ดอนเจดีย์ จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ จนถึงบริเวณสี่แยกท่าม่วง เลี้ยวขวาไป ๒ กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางไปดอนเจดีย์อีก ๑๑ กิโลเมตร รายละเอียด :โบราณ สถานบ้านดอนเจดีย์ ตั้งอยู่ที่บ้านดอนเจดีย์ จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวง หมายเลข ๓๒๓ จนถึงบริเวณสี่แยกท่าม่วง เลี้ยวขวาไป ๒ กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางไปดอนเจดีย ์อีก ๑๑ กิโลเมตร โดยผู้ที่จะไปชมจะต้องขับรถเลี้ยวเข้าไปยังบริเวณหลังโรงเรียนวัดทุ่งสมอ กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้พบโครงกระดูกในบริเวณนี้หลายร้อยโครง ตลอดจนดาบโบราณ กรามช้างและเครื่องม้าเป็นจำนวนมาก และพบซากเจดีย์สมัยกรุงศรีอยุธยาอยู่ด้วย จากหลักฐานที่ขุดพบทำให้เชื่อว่าบริเวณนี้เคยเป็นสนามรบในการทำยุทธหัตถี สมัยกรุงศรีอยุธยา
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช รูปภาพ สถานที่ :อ.พนมทวน รายละเอียด :พระ บรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งอยู่ใกล้กับโบราณสถานดอนเจดีย์ โดยเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๒ จังหวัดกาญจนบุรีและประชาชนผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศได้บริจาคเงินสมทบทุน สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประทับช้าง ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้ปวงชนชาวไทย ได้ถวายสักการะรำลึกถึงพระมหา กรุณาธิคุณที่ทรงพระปรีชาสามารถได้รับชัยชนะในการทำสงครามยุทธหัตถี สามารถปกป้องเอกราชของชาติไทยไว้ได้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา
เขื่อนวชิราลงกรณ เดิมชื่อ เขื่อนเขาแหลม รูปภาพ สถานที่ :ตำบลท่าขนุน อ.สังขละบุรี รายละเอียด :ตั้ง อยู่ที่ตำบลท่าขนุน ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ๑๕๓ กิโลเมตร สามารถเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ เหนืออำเภอทองผาภูมิไปประมาณ ๖ กิโลเมตร เขื่อนวชิราลงกรณ เป็นเขื่อนหินถมดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง ๙๒ เมตร สันเขื่อนกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑,๐๑๙ เมตร กั้นลำน้ำแควน้อย เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำอเนกประสงค์ มีความสวยงามตามธรรมชาติ บริเวณเหนือเขื่อนมี ทิวทัศน์สวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถเช่าล่องเรือแพเที่ยวในทะเลสาบเหนือเขื่อนได้ มีแพพักแพล่องมากมาย อยู่บริเวณเลยทางเข้าเขื่อนไป ๓ กิโลเมตร สำหรับการล่องเรือชมทิวทัศน์สภาพธรรมชาติของอ่างเก็บน้ำและ สามารถชมสวน มะพร้าวกะทิบนเกาะกลางน้ำซึ่งต้องนั่งเรือจากเขื่อนไป ๑ ชั่วโมง ต้องติดต่อล่วงหน้ากับ อำเภอทองผาภูมิ มีบริการบ้านพักและเรือ(ต้องเช่าเป็นหมู่คณะ) นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
สะพานมอญ รูปภาพ สถานที่ :อ.สังขละบุรี รายละเอียด :สะพาน มอญ อยู่ในตัวอำเภอสังขละบุรี เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาวถึง ๘๕๐ เมตร สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลียสำหรับ ให้ประชาชนฝั่งตัวอำเภอสังขละบุรีและฝั่งหมู่ บ้านชาวมอญเดินข้ามสัญจรไปมา บริเวณสะพานแห่งนี้เป็นจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณที่สวยงามสามารถมอง เห็นลำห้วยสายต่างๆคือ ซองกาเลีย บีคลี่ และรันตีที่ไหลมารวมกันเป็นสามประสบ
เขื่อนศรีนครินทร์ รูปภาพ สถานที่ :อ.ศรีสวัสดิ์ รายละเอียด :เขื่อน ศรีนครินทร์ อยู่ห่างจากน้ำตกเอราวัณ ประมาณ ๔ กิโลเมตร ทางตอนบนของแม่น้ำแควใหญ่ เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกั้นแม่น้ำแควใหญ่ เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ที่ อำนวยประโยชน์ทั้งในด้านการชลประทาน การลดอุทกภัยในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง รวมทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า การประมง และเหนือสันเขื่อนยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เขื่อนศรีนครินทร์ อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๗๐ กิโลเมตร บนทางหลวงสาย ๓๑๙๙ (กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์) ทางเขื่อนมีบ้านพักรับรองไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย รายละเอียดติดต่อได้ที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โทร. ๐ ๒๔๓๖ ๖๐๔๖-๘ มีบริการบ้านพัก ร้านอาหารเรือล่อง ติดต่อโทร. ๐ ๓๔๕๗
โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รูปภาพ สถานที่ :ตำบลสมเด็จเจริญ รายละเอียด :โครง การห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่ตำบลสมเด็จเจริญ ไปตาม เส้นทางสายกาญจนบุรี-หนองปรือ-ด่านช้าง (ทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๖) ประมาณ ๗๑ กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๔๘๐ อีก ๒๐ กิโลเมตร โครงการนี้มีพื้นที่กว่าสองหมื่นไร่ ตั้งขึ้นเพื่อเป็นโครงการอนุรักษ์และพัฒนาลุ่มน้ำองคต มีผลการดำเนินงานในหลายๆ ด้าน เช่น การปลูกสวนป่า การส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่ การเลี้ยงปลา การปลูกผักปลอดสารพิษ นอกจากนี้มีการขุดพบซากโบราณสถาน เครื่องมือเครื่องใช้ของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในบริเวณนี้ ปัจจุบันนำไปไว้ที่โรงเรียนประชามงคล ติดต่อล่วงหน้าเพื่อการเข้าชมโครงการเป็นหมู่คณะได้ ที่สำนักงานกองอำนวยการ โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โทร. ๐ ๑๗๓๖ ๔๖๘๕
สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก รูปภาพ สถานที่ :ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต (ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓) ก่อนจะเข้าตัวเมือง รายละเอียด :สุสาน แห่งนี้เป็นสุสานของเชลยศึกสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทาง รถไฟสายมรณะ บริเวณสุสานมีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบสงบ ชวนให้รำลึกถึงเหตุการณ์การสู้รบและผลลัพธ์ที่ตามมา สุสานแห่งนี้บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง ๖,๙๘๒ หลุม
สะพานข้ามแม่น้ำแคว รูปภาพ สถานที่ :ตั้ง อยู่ที่ตำบลท่ามะขาม ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ประมาณ ๔ กิโลเมตร แยกซ้ายประมาณ ๔๐๐ เมตร มีป้ายชี้บอกทางไว้ชัดเจน รายละเอียด :เป็น สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ประมาณ ๖๑,๗๐๐ คนและกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไป สู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและ ทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจน การขาดแคลนอาหารทำให้เชลยศึกจำนวนหลาย หมื่นคนต้องเสียชีวิตลง ที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว มีบริการรถราง fairmong ทุกวัน โดยวันธรรมดาจะมีตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๐๙.๓๐ น. , ๑๑.๒๐-๑๔.๐๐ น. , ๑๕.๐๐-๑๖.๐๐ น.และ ๑๘.๐๐-๑๘.๓๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๐๘.๐๐-๐๙.๓๐ น. , ๑๑.๒๐-๑๔.๐๐ น.และ ๑๘.๐๐-๑๘.๓๐ น. ค่าโดยสารคนละ ๒๐ บาท
ทางรถไฟสายมรณะ รูปภาพ สถานที่ :อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี รายละเอียด :ทาง รถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัดกาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปทางทิศตะวันตกจนถึงด่านเจดีย์สาม องค์ เพื่อให้ถึงปลายทางที่เมืองตันบูซายัด ประเทศพม่า รวมระยะทางในเขตประเทศไทย ๓๐๐ กิโลเมตร ใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง ๑ ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๕ ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๖ เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกเลาะทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้ทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้นจากน้ำ พักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้างของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรที่กองทัพ ญี่ปุ่นเกณฑ์มา ทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ ที่เส้นทางรถไฟจะลัดเลาะไปตามเชิงผาเลียบไปกับลำน้ำแควน้อย ปัจจุบันทางรถไฟสายนี้สุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกประมาณ ๗๗ กิโลเมตร การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดบริการเดินรถบนเส้นทางสายนี้ทุกวัน และจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ-น้ำตก ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า รูปภาพ สถานที่ :ตั้งอยู่ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๓๕ กิโลเมตร รายละเอียด :กิโลเมตร เป็นสถานที่ขุดพบหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับมนุษย์สมัยหินยุคก่อนประวัติ ศาสตร์เป็นแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๖ สิ่งที่ค้นพบ ได้แก่ โครงกระดูกมนุษย์ ขวานหิน เครื่องประดับและเครื่องปั้นดินเผา เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชมชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท
ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี รูปภาพ สถานที่ :ตั้ง อยู่ที่สถาบันราชภัฏกาญจนบุรี ตำบลหนองบัว บนถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค (ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓) ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๕ กิโลเมตร รายละเอียด :ชั้น ล่างจัดแสดงเครื่องใช้ภายในครัวเรือน เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ เครื่องมือในการจับปลา ชั้นบนมีห้องประวัติศาสตร์และห้องศาสนาและประเพณี มีหนังสือไทยโบราณและศิลปะวัตถุต่างๆ ด้านข้างอาคารศูนย์ฯมีหลุมขุดค้นทางประวัติศาสตร์ ศูนย์วัฒนธรรมฯเปิดให้ชมทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏกาญจนบุรี
อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม ๙ ทัพ รูปภาพ สถานที่ :ตั้ง อยู่บริเวณทุ่งลาดหญ้า ตำบลช่องสะเดา ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๔๐ กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙ รายละเอียด :เป็น สถานที่รวบรวมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สงคราม ๙ ทัพ ซึ่งเป็นสงครามครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช เพื่อป้องกันการรุกรานของพระเจ้าปดุงกษัตริย์พม่าในปี พ. ศ. ๒๓๒๘ ชัยชนะในสงครามครั้งนี้โดยเฉพาะในสมรภูมิทุ่งลาดหญ้า ทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาเอกราชและดำรงความเป็นชาติมาถึงปัจจุบัน ภายในอาคารจัดเป็นตู้จำลองเหตุการณ์และโต๊ะทรายแสดงภูมิประเทศจำลองเส้นทาง การเดินทัพของข้าศึก นอกจากนี้ยังมีหอสังเกตการณ์เพื่อให้ผู้ที่มีความสนใจประวัติศาสตร์เข้าใจ การเลือกใช้ภูมิประเทศในการเดินทัพ และจุดสกัดกั้นทัพพม่าได้ชัดเจนขึ้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐–๑๗.๐๐ น. ค่าเข้าชม ๒๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายยุทธการ จังหวัดทหารบก กาญจนบุรี
ค่ายฝึกเขาชนไก่ ตั้งอยู่ สถานที่ :ที่ ตำบลลาดหญ้า ห่างจากกรุงเทพฯ ๑๕๐ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙ ( กาญจนบุรี-เขื่อนศรีนครินทร์ ) ประมาณ ๓ กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ประมาณ รายละเอียด :เป็น สถานที่ฝึกภาคสนามของนักศึกษาวิชาทหาร ในเวลาเสร็จสิ้นการฝึกจะเปิดเป็นค่ายฝึกสำหรับประชาชนทั่วไปเข้าชม พร้อมสนุกกับกิจกรรมทดสอบกำลังใจของทหารอาทิเช่น การโดดหอสูง การยิงปืน การไต่เชือกข้ามลำน้ำ ชมพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และยังมีที่พักไว้บริการ
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ สถานที่ :อยู่ ห่างจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่าประมาณ ๗ กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ เส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค จนถึงกิโลเมตรที่ ๑๕ จะมีทางแยกซ้า รายละเอียด :อุทยาน ประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ หรือ ที่นิยมเรียกกันว่า ปราสาทเมืองสิงห์ เป็นโบราณสถานที่มีศิลปะการก่อสร้างอยู่ในยุคลพบุรีตอนปลาย ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๘ ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีเนื้อที่ประมาณ ๘๐๐ กว่าไร่ กำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลงขนาดกว้าง ๘๘๐ เมตร โดยได้รับอิทธิพลทางศาสนา และวัฒนธรรมจากกัมพูชา ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง คูน้ำ และแนวคันดิน รูปแบบสถาปัตยกรรมและประติมากรรมสร้างตามลักษณะขอมแบบบายน ตรงกับสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ของประเทศกัมพูชาที่มีลักษณะช่างท้องถิ่นผสมอยู่ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๓๐ น. ค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๔๐ บาท
ถ้ำกระแซ สถานที่ :ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๕๕ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ กิโลเมตรที่ ๒๙–๓๐ รายละเอียด :ถ้ำ นี้เป็นถ้ำที่เคยเป็นที่พักของเชลยศึกเมื่อครั้งสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะจาก ไทยไปพม่า ตัวถ้ำติดกับเส้นทางรถไฟสายกาญจนบุรี–น้ำตก ซึ่งเป็นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ปัจจุบันสิ้นสุดที่สถานีรถไฟน้ำตก ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ มองจากปากถ้ำมาที่บริเวณทางรถไฟจะเห็นทิวทัศน์ที่งดงามและมองเห็นแม่น้ำแคว น้อยเบื้องล่าง บริเวณนี้เป็นจุดที่สร้างทางรถไฟยากที่สุดเนื่องจากเส้นทางโค้งเลียบเขาและ ด้านล่างเป็นแม่น้ำแควน้อย
ขอขอบคุณ เว็บไซต์ ระบบฐานข้อมูลศูนย์ปฏิบัตการจังหวัด
จำนวนผู้ออนไลน์ ขณะนี้